วันพฤหัส , 23 พฤศจิกายน 2017
Breaking News

ม.พิษณุโลกเคลียร์ปัญหาการศึกษาทางไกล

 

ผู้ รับใบอนุญาตจัดตั้ง ม.พิษณุโลก เข้าชี้แจงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ยืนยันไม่ได้หลอกลวงนิสิตเข้าเรียนหลักสูตรการศึกษาระบบการศึกษาทางไกล

จากกรณีนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยพิษณุโลกเข้าร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หลังถูกหลอกให้เรียนในหลักสูตรการศึกษาระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งยังไม่ผ่านการรับทราบจาก สกอ. ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 24 ธ.ค. ที่ สกอ. นายสุนทร รักเลี้ยง ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ม.พิษณุโลก พร้อมผู้บริหาร ม.พิษณุโลก เดินทางเข้าชี้แจงข้อมูลต่อ สกอ. โดยนายสุนทร เปิดเผยว่า ตนได้เข้าชี้แจงต่อ สกอ.โดยยืนยันว่า มหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอเปิดและดำเนินการหลักสูตรระดับปริญญา ในระบบการศึกษาทางไกล พ.ศ.2548 ที่ระบุไว้ว่าสภามหาวิทยาลัยสามารถอนุมัติหลักสูตรเพื่อเปิดสอนการศึกษาระบบ ทางไกลได้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงเปิดสอนระบบดังกล่าวในปีการศึกษา 2553 แต่เมื่อถึงปีการศึกษา 2555 มีนิสิตใกล้สำเร็จการศึกษา แต่หลักสูตรยังไม่ผ่านการรับทราบ จึงได้คำแนะนำจาก สกอ.ให้ดำเนินการโอนย้ายนิสิตมาเรียนในที่ตั้งเพื่อให้จบการศึกษาได้อย่าง ถูกต้อง ดังนั้นสภามหาวิทยาลัยจึงมีมติให้ยกเลิกหลักสูตรดังกล่าวทั้งหมดทันที

“ผมยืนยันว่าเราไม่ได้หลอกลวงนิสิต แต่เรามุ่งหวังจะช่วยกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นจึงเปิดสอนระบบการศึกษาทางไกล แต่เมื่อในที่สุดแล้วระบบยังไม่ผ่านการรับทราบจาก สกอ. เนื่องจากติดขัดเรื่องสถานที่และจำนวนอาจารย์ผู้สอน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจยกเลิกการเรียนการสอนระบบทางไกลทั้งหมด ส่วนจะเปิดสอนใหม่อีกหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามกรณีที่ระบุว่ามหาวิทยาลัยว่าจ้างบริษัทเอกชนเพื่อเป็นนายหน้า รับนิสิตเข้าเรียนนั้น ผมชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเพื่อจัดทำระบบออนไลน์ที่ใช้ใน การศึกษาเท่านั้น” นายสุนทร กล่าว

ดร.พงษกร หงษ์กราย รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า ตนและคณะได้รับคำแนะนำจาก สกอ.ถึงแนวทางปฏิบัติ 2 ข้อเพื่อเยียวยานิสิต จำนวน 2,116 คน คือ 1.จัดทำแผนงานการโอนย้ายนิสิตกลับไปเรียนในสถานที่ตั้ง โดยกำหนดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแก่นิสิตในการเดินทางมาเรียน หรือ 2.กรณีนิสิตไม่ต้องการโอนย้าย ให้จ่ายเงินชดเชยพร้อมคืนเงินค่าลงทะเบียนเรียนทั้งหมดแก่นิสิต โดยตนจะกลับไปชี้แจงนิสิต จำนวน 2,116 คน ที่เรียนในระบบดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความพยายามของมหาวิทยาลัยที่จะทำ ให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ต้องใช้เวลา ทำให้ไม่ถูกใจนิสิตที่ต้องการจบการศึกษาทันที อย่างไรก็ตามตนอยากให้นิสิตเข้าใจว่าทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของนิสิตเอง

“พร้อมกันนี้ผมขอชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยได้ให้ข้อเท็จจริงแก่นิสิตมาโดยตลอด กรณีที่หลักสูตรทางไกลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สกอ. แต่นิสิตบางรายอาจได้รับข้อมูลผิดๆ จากเครือข่ายของมหาวิทยาลัยที่แอบอ้างว่าหลักสูตรได้ผ่าน สกอ.แล้ว ซึ่งเมื่อตรวจพบทางมหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อเครือข่ายดังกล่าว แล้วด้วย แต่เนื่องจากเครือข่ายการศึกษาระบบทางไกลของมหาวิทยาลัยมีอยู่หลายจุดทั่ว ประเทศ ดังนั้นฝากแจ้งเตือนนิสิตและบุคคลทั่วไปให้ติดตามข้อมูลต่างๆ จากมหาวิทยาลัยโดยตรง” ดร.พงษกร กล่าว

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การที่สภามหาวิทยาลัยมีมติให้เปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ดังนั้นจึงไม่เรียกว่าเป็นหลักสูตรเถื่อน แต่ถือว่าเป็นหลักสูตรที่ยังไม่ผ่านการรับทราบของ สกอ.เท่านั้น และเนื่องจากการรับทราบหลักสูตรทางไกลมีรายละเอียดมากทั้งในเรื่องของ เนื้อหาหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตร ขณะที่ สกอ.เอง ไม่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการกรณีมหาวิทยาลัยเปิดสอนทั้งที่หลักสูตรยังไม่ผ่าน การรับทราบ เพราะถือเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ตนอยากให้ผู้เรียนใช้วิจารณญาณในการเลือกเรียน และต้องมีความรับผิดชอบในการศึกษาข้อมูลหลักสูตรและสถาบันที่จะเข้าเรียน ก่อนตัดสินใจด้วย ส่วนกรณีมหาวิทยาลัยใช้วิธีการโอนย้ายนิสิตเป็นเรื่องที่ทำได้ เหมือนการโอนหน่วยกิตในมหาวิทยาลัยที่ทำกันทั่วไป ทั้งนี้หน่วยกิตที่โอนจะต้องผ่านการศึกษาอย่างมีคุณภาพมาด้วย

 

 

 

ที่มา เดลินิวส์

 

Comments are closed.