วันศุกร์ , 23 สิงหาคม 2019
Breaking News

ครม.อนุมัติแก้กฎกระทรวงแบ่งระดับกศน.ให้สอบเทียบทีเดียวถึงม.6

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ แก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยการแบ่งระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่) พ.ศ….. โดย กศน.ได้ไปปรับแก้รายละเอียดตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา จากเดิมที่กำหนดให้ผู้เรียนสามารถดำเนินการเทียบการศึกษาได้ทีละระดับ เริ่มจากประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปรับเป็น ผู้เรียนสามารถดำเนินการขอเทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ในระดับสูงสุด คือระดับชั้น ม.6 โดยไม่ต้องเทียบทีละขั้นตามหลักการเดิม และมีเงื่อนไขใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยผู้ที่จะมาเทียบระดับความรู้จะต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีประสบการณ์การทำงานเป็นหลักแหล่งไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีพื้นความรู้การศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา โดยสามารถนำผลการเรียน ความรู้จากการทำงานมาประเมินเทียบระดับการศึกษาได้

“การปรับแก้กฎกระทรวงครั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับโครงการยกระดับการศึกษาเพื่อให้ประชาชนจบ ม.6 ภายใน 8 เดือน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ กับผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา และยังไม่จบ ม.6 ซึ่งมีอยู่ถึง 18 ล้านคน ได้เรียน และปกกันไม่ให้เด็กที่อยู่ในระบบแฝงเข้ามา ดังนั้น จึงต้องกำหนดช่วงอายุผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ เป็น 20 ปี จากเดิม 18 ปี รวมทั้งได้เพิ่มรายละเอียดด้วยว่าผู้ที่จะมาสมัครเรียนจะต้องประกอบอาชีพที่ มั่นคงมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้ใช้ประสบการณ์มาสอบ ถ้าสามารถสอบผ่าน 9 มาตรฐานวิชาที่ กศน.กำหนดก็สามารถผ่านได้ทันที” นายประเสริฐกล่าว และว่า ทั้งนี้ เมื่อ ครม.อนุมัติปรับแก้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ก็สามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ทันที โดยโครงการนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายในปี 2556 จะมีผู้มาสมัครเข้าร่วมโครงการ 150,000 คน โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุนรายหัวสำหรับค่าหนังสืออ่านเตรียมตัวสอบหัวละ 3,000 บาท และผู้สมัครจะต้องจ่ายเองเป็นค่าครูพี่เลี้ยงเพียง 1,500 บาทเท่านั้น ซึ่ง กศน.ได้เตรียมการเปิดตัวโครงการอีกครั้ง ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้”
ที่มา – http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1355218758&grpid=&catid=19&subcatid=1903

Comments are closed.