วันเสาร์ , 30 พฤษภาคม 2020
Breaking News

อย่ายื้อโผนายกสภาสถาบันอาชีวศึกษา..เด็กรอเก้อ!

 

อัยการอาวุโส ชี้บอร์ด กอศ.ชุดเดิมสามารถเสนอแนะเรื่องที่ควร ต่อ รมว.ศึกษาฯ ได้ดีกว่าอยู่เฉยไร้ประโยชน์

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ อัยการอาวุโส สำนักงานงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการแต่งตั้งนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาว่า ขณะนี้ต้องถือว่าคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (บอร์ด กอศ.) ได้ปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 4 ปีแล้วตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.55 แต่บอร์ดชุดนี้ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้บอร์ดชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ระบุไว้ และการที่บอร์ดชุดใหม่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ จะต้องได้รับการสรรหาให้ครบองค์ประชุมก่อน แต่ปัญหาที่กำลังถกเถียงในขณะนี้คือ เมื่อบอร์ด กอศ.ชุดปัจจุบันครบวาระแล้ว จะสามารถทำหน้าที่ดำเนินการแนะนำ รมว.ศึกษาธิการ เกี่ยวกับการแต่งตั้งนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมบอร์ด กอศ.ได้มีการหารือกันอย่างกว้างขวาง แต่เห็นว่าควรดำเนินการได้ เพราะเรื่องมีความล่าช้าและเด็กก็รอสถาบันการอาชีวศึกษา มานานมากแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่จะจบ ปวช.และต้องการเรียนต่อหากไม่ดำเนินการจะทำให้เด็กเป็นจำนวนมากต้องเสีย โอกาส

“โดยหลักการถามว่า การที่บอร์ดชุดเดิมแนะนำรายชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อ รมว.ศึกษาธิการ ผิดหรือไม่ ก็ไม่ผิด หรือถ้าจะไม่ดำเนินการผิดหรือไม่ ก็ไม่ผิดเช่นกัน แต่ที่กรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ถ้าเป็นการทำเพื่อเด็กก็ควรทำ ถ้าจะรอให้ชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็เท่ากับอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร และก็ไม่ทราบว่าบอร์ดชุดใหม่จะได้มาเร็วแค่ไหน เพราะการสรรหาต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชม นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ด กอศ. ที่มีความตั้งใจผลักดันสถาบันการอาชีวศึกษา ทำให้เกิดประโยชน์กับเด็กได้เรียนต่อยอดสายปฏับัติการตรง แต่ก็น่าเสียดายที่มีเหตุทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งคงไม่โทษใครเพราะเรื่องไปค้างอยู่ที่กฤษฎีกาเกือบ 2 ปี”

นายประสิทธิ์ กล่าวและว่า สำหรับรายชื่อผู้เหมาะสม ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกสภาสถาบัน ที่บอร์ด กอศ.เสนอต่อ รมว.ศึกษาธิการนั้น ได้มีกระบวนการพิจารณาบุคคลที่มีความรู้ ความเหมาะสม และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อเด็กอาชีวศึกษา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ด กอศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมานักเรียนอาชีวะ จำนวนมากต้องเปลี่ยนสายไปเรียนปริญญาตรี ที่ไม่ตรงตามสาขาที่เรียนมา ทำให้เกิดการสูญเปล่าในการลงทุนจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และส่งผลต่อการขาดแคลนกำลังคนสายอาชีพที่จะเข้าสู่สถานประกอบการอย่างรุนแรง หากปีการศึกษา 2556 สถาบันการอาชีวศึกษายังไม่สามารถเปิดรับนักศึกษาได้ เพราะไม่มีสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งจะไม่สามารถเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสายตรงในแต่ละสาขาได้ เพราะการอนุมัติหลักสูตรเป็นอำนาจของสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ก็จะทำให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะ เสียโอกาสในการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ก็คงโทษใครไม่ได้นอกจากโทษเวรกรรม

 

 

 

 

 

ที่มา สยามรัฐ


Comments are closed.