วันพุธ , 17 ตุลาคม 2018
Breaking News

จี้เยียวยาสุขภาพจิต-แก้เด็กรุนแรง ศธ.พัฒนารูปแบบช่วยครูสางปัญหา-สกัดต้นเหตุ

กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดอบรมพัฒนาศักยภาพอาจารย์ในการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อป้องกันพฤติกรรมรุนแรงในนักเรียน/นักศึกษาอาชีวศึกษา เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผอ.ร.พ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา ในฐานะผู้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเพื่อ ป้องกันพฤติกรรมรุนแรงในนักเรียน/นักศึกษาอาชีวศึกษา กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ส่งผลถึงพฤติกรรมเบี่ยงเบนของเด็กนักเรียน/นักศึกษา จุดเริ่มต้นมาจากวัยเด็ก เราแบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเสี่ยงเล็กน้อย 2.กลุ่มเสี่ยงปานกลาง และ 3.กลุ่มเสี่ยงมาก โดยเฉพาะเด็กกลุ่มที่ 3 ที่มีทัศนคติที่ ไม่ดีต่อครูที่สอน หลักการจัดการปัญหา สิ่งที่ครูควรทราบ มี 3 สิ่ง คือ 1.ใครที่เสี่ยง 2.เวลาใดที่เสี่ยง และ 3.สถานที่ใดที่เสี่ยง เพื่อจัดการปัญหาได้ตั้งแต่เริ่มต้น

“จากการศึกษาข้อมูลต่างประเทศพบว่า อีกต้นเหตุของความเบี่ยงเบน คือ ความเจ็บป่วย เช่น สมาธิสั้น แต่ครูแยกไม่ออกว่าเป็นเด็กดื้อหรือสมาธิสั้น หรือมีไอคิวต่ำ โดยการที่เด็กถูกตีแบบไม่มีเหตุผล ทำให้เกิดปมแต่วัยเด็ก การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก แต่ทุกวันนี้เราแก้ปัญหาที่ท้ายน้ำ ทำให้แก้ได้อย่างมากก็แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ” นพ.พิทักษ์พลกล่าว

นพ.พิทักษ์พลกล่าวว่า ปัญหาพฤติกรรมของเด็กจะเกิดจากตัวเด็กเองร้อยละ 30 และอีกร้อยละ 70 มาจากเพื่อน ครอบครัว ครู อาจารย์ ประวัติศาสตร์โรงเรียนมีผลต่อค่านิยมการใช้ความรุนแรง ที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาคือ ผู้บริหารโรงเรียนต้องจริงจังและเปลี่ยนค่านิยมไม่ให้ถูกส่งต่อมา พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่เชิงบวก เป็นเลิศในทางที่ดี เป็นต้น

จากการประเมินผลพฤติกรรมรุนแรงสำหรับวัยรุ่นตามคู่มือการจัดกิจกรรมเพื่อ พัฒนาศักยภาพและบุคลิกภาพนักเรียน/นักศึกษา คัดแยกเด็กได้ 3 กลุ่ม คือ 1.ใกล้ชิด ต้องมีครูที่เป็นเหมือนพ่อแม่อุปถัมภ์ คุยปัญหาได้ทุกเรื่อง 2.ห่วงใย จัดหาอาสาสมัครเข้ามาช่วยดูแล และ 3.วางใจ มุ่งที่จะปรับพฤติกรรมทุกคนทั้งโรงเรียน

 

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

Comments are closed.