วันพฤหัส , 20 กันยายน 2018
Breaking News

“พงศ์เทพ” ยืมดาบ DSI ฟัน 2 ขรก.ทุจริต

“พงศ์เทพ” ประสานข้อมูลดีเอสไอฟันวินัย 2 ขรก.ทุจริตครุภัณฑ์ ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งฝ่ายค้านช่วงศึกซักฟอก แย้ม ผู้ขายครุภัณฑ์อาจโดนเอาผิดทางแพ่งด้วย

วันนี้ (13 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาตามโครงการภาย ใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (เอสพี2) ว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่า มีข้าราชการซึ่งขณะนี้ยังรับราชการอยู่จำนวน 2 คน ที่มีชื่ออยู่ในการแถลงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วย ตนจึงให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทำหนังสือไปถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อจะขอข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำของข้าราชการทั้ง 2 คน ที่ถูกอ้างอิงว่ามีการกระทำใดที่จะสามารถจะบอกเราในชั้นนี้ได้ เพื่อที่ทางกระทรวงจะได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการสอบทางวินัยก็ยังดำเนินไปอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้าน มองว่า เรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองในช่วงของการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ดีเอสไอได้ทำมาตั้งนานแล้ว ในส่วนของกระทรวงไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในส่วนของดีเอสไอเพราะเป็นเรื่องของคดี อาญา และทางดีเอสไอเองก็จะต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย เรื่องนี้ กลั่นแกล้งกันไม่ได้ หลักฐานเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น และสุดท้ายหากเป็นคดีอาญาก็ต้องไปจบที่ศาล หรือหากจะมีกระบวนการในเรื่องของการถอดถอนก็ต้องไปจบที่วุฒิสภา ฉะนั้นรัฐบาลไม่สามารถไปกลั่นแกล้งใครหรือคิดจะไปกลั่นแกล้งใครอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะได้มอบอำนาจให้อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียดของการสืบสวนของดีเอสไอว่ามีข้อมูลอะไร แต่ทั้งนี้ ตามกระบวนการนั้นการนำเรื่องเสนอเข้าครม.จะต้องเสนอผ่าน รมว.ศึกษาธิการ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะยังไม่เห็นสำนวนสืบสวนของดีเอสไอ เมื่อถามอีกว่า เรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวจะได้ข้อยุติในเร็ววันหรือไม่ เพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจน นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตรงนี้ชัดเจนว่า มีหลายรายการที่แพงมาก คุณภาพผิดสเปก และผู้รับไม่ได้ต้องการหรือประสงค์จะใช้เลย แต่เรื่องทางอาญาเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.และดีเอสไอ กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนกระทรวงนั้นมีอำนาจทางวินัยเท่านั้น

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรกับครุภัณฑ์ที่จัดซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้งาน รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีการ รับผิดทางแพ่งก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือการรับผิดทางอาญา เพราะครุภัณฑ์หลายอย่างผิดสเปก ซึ่งก็จะต้องดำเนินการกับทางผู้ที่ขายด้วย

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปประสานขอข้อมูลที่ดีเอสไอเพื่อมาดูว่าในส่วนของ สอศ. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป วานนี้ (12 พ.ย.) ตนได้หารือเบื้องต้นกับ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ก็ขอให้ไปดูข้อมูลเชิงลึกจากดีเอสไอด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือกับ นายพงศ์เทพ แล้วหรือยังกรณีที่ นายพงศ์เทพ ได้มอบให้ไปศึกษาว่า ศธ.มีอำนาจสั่งพักราชการข้าราชการประจำ 2 ราย คือ นายเจี่ยง และ นายบำรุง ซึ่งปรากฏชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ในทางราชการนั้น การพักราชการสามารถทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่อาจมีความกังวลว่าหากบุคคลที่ถูกชี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องยังปฏิบัติ งานอยู่ อาจจะไม่สามารถดำเนินการสืบสวนข้อมูลได้เท่าที่ควรเพราะหวาดกลัวในอิทธิพล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดูสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอก่อนจึงค่อยพิจารณาว่าจะดำเนินการใดๆ กับข้าราชการประจำทั้ง 2 รายหรือไม่ และจริงๆ แล้วการสอบสวนของดีเอสไอยังไม่ใช่การตัดสินของศาลจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนดำเนินการใดๆ ลงไป แต่หากเป็นกรณีที่สำนักป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดมาแล้วก็สามารถสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการก่อน ระหว่างที่ดำเนินการสอบสวน

ถามต่อว่า ขณะนี้ยังมีข้อกังขาในส่วนของ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา และอดีตเลขาธิการ กอศ.ที่เคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทำไมถึงไม่อยู่ในรายชื่อผู้มีส่วน เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ คงต้องเป็นตามกระบวนการตรวจสอบของดีเอสไอ หากกระบวนการบอกว่าไม่ผิด แสดงว่า พยานหลักฐานเพียงพอ ไม่สามารถผูกมัดว่าเขามีความผิดได้

 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

Comments are closed.