วันเสาร์ , 30 พฤษภาคม 2020
Breaking News

“พงศ์เทพ” ลั่น 6 ปี คนไทยอ่านออกเขียนได้ 100%

ศธ.วางยุทธศาสตร์ 6 ปี ตั้งเป้าปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มเป็น 15 ปี อ่านออกเขียนได้ 100 %

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแผนปฏิบัติการสำหรับยุทธศาสตร์ประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2556-2561 ของ ศธ. ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญคือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานคือ ปีการศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ปี อัตราการอ่านออกเขียนได้อยู่ที่ร้อยละ 100 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ต่อปี สถานศึกษาผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) ร้อยละ 100 และการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญเป็น 50:50 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เรียนสายอาชีวะสามารถเรียนต่อได้ถึงปริญญาตรีจะช่วยยก ระดับจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาให้เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2559

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์การเข้า สู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ที่มีการเตรียมการยกระดับคุณภาพการใช้ภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนเพื่อรอง รับการเคลื่อนย้ายในประชาคมอาเซียน การเปิดเสรีและการลงทุนของสถานศึกษาเอกชนในอาเซียน
“นอกจากนี้ยังมีการเสนอแผนปฏิบัติราชการการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาค ใต้ ประจำปีงบประมาณ 2556-2557 ของศธ.และยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาสู่เขตพื้นที่ การศึกษาและสถานศึกษา ที่มีประเด็นสำคัญคือการให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลและมีอิสระในการจัดการ ศึกษามากขึ้น ทั้งนี้ได้มีการเสนอความต้องการงบลงทุน ประจำปีงบประมาณ 2557 ของ ศธ.ประมาณ 128,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการจัดทำคำของบประมาณ เพื่อเสนอไปยังสำนักงบประมาณต่อไป” นายพงศ์เทพ กล่าว

อนึ่ง ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชาชนคนไทย หรือ ค่าเฉลี่ยคนไทยได้รับการศึกษาทั่วประเทศเมื่อปี 2553 อยู่ที่ 8 ปี (จบม.2)แต่ผลสำรวจของสำนักงานสภาการศึกษาล่าสุดเมื่อปี 2554 ค่าเฉลี่ยการศึกษาของคนไทยเพิ่มเป็น9.1 ปี หรือเรียนจบชั้น ม.3 กว่าๆ ส่วนปี2555 ยังไม่สรุปผลการสำรวจ

 

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

Comments are closed.