วันอังคาร , 27 มิถุนายน 2017
Breaking News

ม.อ.เตรียมปฏิบัติการ 5 กลยุทธ์ มุ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียน

จากการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งการศึกษานับเป็นกลไกหลักในการนำประชาคมอาเซียนสู่ความเจริญรุ่งเรืองทาง เศรษฐกิจและสังคม มีศักยภาพในการแข่งขันและอำนาจต่อรองเจรจากับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอื่นๆ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาอันดับ 1 ในภาคใต้ของประเทศไทยจึงได้เริ่มจัดทำ “แผนปฏิบัติการสู่ประชาคมอาเซียน” พ.ศ.2555-2558 เพื่อการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาหรือ Education Hub ภายใต้ภาวการณ์เปิดเสรีของอาเซียนด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การเตรียมพร้อมด้านการเรียนการสอน การเตรียมพร้อมด้านการวิจัย การเตรียมพร้อมด้านการพัฒนาบุคลากร การเตรียมพร้อมด้านการพัฒนานักศึกษาและการเตรียมพร้อมด้านวิเทศสัมพันธ์

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้กำหนดให้การก้าวสู่ความเป็นสากลและนานาชาติให้เป็นยุทศาสตร์ หนึ่งของแผนพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ.2555-2558 จึงเกิดการจัดทำแผนปฏิบัติการสู่ประชาคมอาเซียนขึ้นเพื่อเป็นทิศทางหลักใน การพัฒนามหาวิทยาลัย ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของประชาคมอาเซียน และเตรียมความพร้อมของระบบสนับสนุนการศึกษาให้เป็นสากล

สำหรับแผนปฏิบัติการสู่ประชาคมอาเซียนนั้น จำแนกเป็นกลยุทธ์สำหรับวางแผนงานโครงการทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย กลยุทธ์การเตรียมพร้อมด้านการเรียนการสอน ด้วยการจัดโครงการเพื่อพัฒนาหลักสูตร ได้แก่ การเพิ่มหลักสูตรนานาชาติ การเพิ่มหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในเอเชีย การเปิดสอนหลักสูตรอาเซียนศึกษา การจัดทำหลักสูตร Summer School โดยจับมือเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ การควบคุมมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาให้อยู่ในระดับสากล การจัดให้มีการสอดแทรกภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนในรายวิชาต่างๆ พัฒนาการเรียนการสอนด้วยการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 2 คือ การเตรียมพร้อมด้านการวิจัย โดยจัดทำระบบการนำผลงานและนวัตกรรมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ฐานความรู้และความสามารถในการแข่งขัน การจัดตั้งสถาบันวิจัยเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลักของภาคใต้ การจัดกลุ่มวิจัยเพื่อศึกษาและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน พร้อมสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยกับหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศใน ภูมิภาคเอเชีย

กลยุทธ์ถัดมาคือ การเตรียมพร้อมด้านการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมหาวิทยาลัยจะส่งเสริมให้เกิดโครงการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรให้มี สมรรถนะสากลเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เช่น การส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรกับหน่วยงานในประเทศอาเซียน การให้ความรู้กับคณาจารย์และบุคลากรรวมทั้งประชาชนทั่วไปและบุคลากรด้านการ ศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม การทดสอบทักษะทางด้านภาษาของบุคลากร การสร้างความเข้มเข็งทางด้านภาษาด้วยการจัดอบรมหรือศึกษาดูงานต่างประเทศการ ส่งเสริมให้บุคลากรนำเสนอผลงานทั้งในและประเทศเป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 4 คือ การเตรียมพร้อมด้านการพัฒนานักศึกษา ด้วยการจัดโครงการเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้ ความสามารถทางด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลและภาษาของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน ทักษะด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับหน่วยงานในประเทศอาเซียน การจัดกิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้วิถีชุมชนของแต่ละประเทศ สนับสนุนให้นักศึกษาระดับบัณฑิตมีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมเป็นชาวต่างชาติ เพื่อเป็นช่องทางให้นักศึกษามีโอกาสและประสบการณ์ทำวิจัยในต่างประเทศ การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับชนชาติและวัฒนธรรมของประเทศอาเซียนผ่านการจัด กิจกรรมหรืองานวิชาการต่างๆ

และกลยุทธ์สุดท้าย กลยุทธ์ที่ 5 คือการเตรียมพร้อมด้านวิเทศสัมพันธ์ โดยเน้นการสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาจากประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนเข้ามา ศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มากขึ้น โดยเฉพาะ ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชาและพม่า การจัดตั้งศูนย์ประสานงานนักศึกษาต่างชาติ เพื่อให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สำหรับดูแลนักศึกษาต่างชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานที่ เป็นประโยชน์ออกสู่สายตานานาชาติ รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านต่างๆ เป็นต้น

รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กำลังเร่งดำเนินการพัฒนา มหาวิทยาลัยด้วยกลยุทธ์ทั้ง 5 ประการข้างต้นให้ทันกับสถานการณ์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อจะเป็นผู้นำ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประชาคมอาเซียนตลอดจนเป็นที่พึ่งสำหรับการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาสังคมได้ในอนาคต

Comments are closed.