วันพฤหัส , 23 พฤศจิกายน 2017
Breaking News

“ครูวิทย์-คณิต-อังกฤษ”ทดลองเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่

 

ครม.เคาะทุนครูภาษา 78 ล. “ครูวิทย์-คณิต-อังกฤษ”ทดลองเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.55 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการทุนศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สอง เพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ในช่วงปี 2556-2561 เฉลี่ยปีละประมาณ 150 ทุน โดยใช้งบประมาณดำเนินโครงการ 78 ล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติอัตราข้าราชการครู เพื่อบรรจุเข้ารับทุนจำนวน 600 อัตรา แบ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น 200 คน เกาหลี 140 คน เยอรมัน 40 คน ฝรั่งเศส 60 คน สเปน 40 คน รัสเซีย 20 คน เวียดนาม 25 คน พม่า 25 คน เขมร 25 คน และบาฮามาเลย์/อินโดนีเซีย 25 คน

ทั้งนี้จะจัดสรรทุนให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 5 หรือบัณฑิตวิชาเอกภาษา ที่ขาดแคลน เพื่อเข้ารับการอบรมทักษะภาษาและการสอน ที่จัดโดยองค์กรของประเทศเจ้าของภาษา และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษให้ได้รับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครู และจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศที่สอง ในโรงเรียนสังกัด สพฐ.

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้อนุมัติปรับเปลี่ยนโครงการคูปองสร้างเสริมอัจฉริยะ เป็นโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ ซึ่งจะใช้งบฯ เดิมจำนวน 450 ล้านบาท เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบในปี 2558 และยังเป็นการกระตุ้นและเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับประชาชนด้วย

วันเดียวกัน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะว่า ขณะนี้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. กำลังเร่งทำหลักเกณฑ์อยู่ ซึ่งจะใช้ประเมินในสาขาวิชาที่มีความพร้อมก่อน 3 สาขาวิชา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยเบื้องต้นการขอวิทยฐานะจะไม่เน้นการทำผลงานทางวิชาการ แต่จะประเมินสมรรถนะของครูผู้สอน และผลสัมฤทธิ์ทางการของนักเรียน ผลคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นสำคัญ ส่วนผลงานวิชาการจะให้ทำคล้ายๆ กับสาระนิพนธ์มีความหนาไม่เกิน 50 แผ่น

“ครูที่จะเข้ารับการประเมินวิทยฐานะ จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถนะก่อน จากหน่วยงานกลางตามที่กำหนดไว้ จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการประเมิน โดยการนำใบรับรองสมรรถนะมายื่นได้ เช่น วิทยฐานะชำนาญการ จะต้องผ่านการประเมินสมรรถนะระดับต้น ส่วนการส่งกรรมการลงไปประเมินในระดับสถานศึกษา อาจจะเป็นการลงไปตรวจสอบ ดูว่าครูที่ขอเข้ารับการประเมินนั้นเป็นเช่นไร เช่น กรณีสมรรถนะของเด็กจะต้องไปดูในโรงเรียนว่าเด็กมีสมรรถนะจริง ตามที่แจ้งมาหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีประจักษ์พยานที่ชัดเจน”

นายชินภัทร กล่าวและว่า สำหรับกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นั้นจะให้สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ช่วยทำหน้าที่ประเมินสมรรถนะของครู เนื่องจาก สสวท.มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งนี้ สพฐ.จะเร่งจัดทำรายละเอียดให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำไปใช้ประเมินวิทยฐานะต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว จึงไม่ต้องนำเสนออนุมัติอีกครั้ง

 

 

 

ที่มา สยามรัฐ


Comments are closed.