วันศุกร์ , 23 มิถุนายน 2017
Breaking News

สพฐ.ทำคู่มือปลดล็อก 58 ร.ร.นิติบุคคลทั้ง 58 แห่ง ระดมเงินได้ทั้งปี

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่องเป็นโรงเรียนการบริหารงานแบบนิติบุคคลในกำกับของ สพฐ. ปีการศึกษา 2556 จำนวน 58 โรงเรียน นั้นายรังสรรค์ มณีเล็ก ที่ปรึกษา สพฐ. และรักษาผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ สพฐ. ได้จัดทำคู่มือการดำเนินงานสำหรับโรงเรียนนิติบุคคล เพื่อเป็นแนวทางให้โรงเรียนใช้ดำเนินการบริหารงานภายในโรงเรียน และมีความอิสระ คล่องตัวอย่างแท้จริง โดยยึดแนวทางการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 39 ใน 4 งานหลัก คือ งานวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป

นายรังสรรค์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา 2 งานหลัก ๆ ที่ทำให้โรงเรียนไม่มีความอิสระในการบริหารจัดการ คือ การบริหารงบประมาณและการบริหารบุคคล ซึ่ง สพฐ. ได้ปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าว โดยให้อิสระโรงเรียนใช้งบฯที่ได้มาจากการระดมทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ได้ แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา ก่อน โดยไม่ต้องรายงานมาที่ สพฐ. ทั้งนี้ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

“การระดมทรัพยากร โรงเรียนสามารถระดมทรัพยากรได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงรับนักเรียนก็สามารถระดมได้ แต่ต้องไม่เป็นเงื่อนไขในการรับนักเรียน ขณะเดียวกันในส่วนของการเรียกเก็บเงินที่นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัว ก็จะมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าสามารถเก็บได้ไม่เกินเพดานที่กำหนด โดยมี 21 รายการที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้ อาทิ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการสอน เพราะถือว่าอยู่ในเงินอุดหนุนรายหัวแล้ว ส่วนที่โรงเรียนสามารถเรียกเก็บได้ คือ ค่าบริการการศึกษาที่นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัว อาทิ หลักสูตรอิงลิชโปรแกรม โดยมีเพดานอยู่ที่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น 35,000 บาทต่อคนต่อเทอม หรือปีละไม่เกิน 70,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 40,000 บาทต่อคนต่อเทอม หรือปีละไม่เกิน 80,000 บาท หลักสูตรมินิอิงลิชโปรแกรม ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น 17,500 บาทต่อคนต่อเทอม หรือ 35,000 บาทต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 20,000 บาทต่อคนต่อเทอม หรือ 40,000 บาทต่อปี ส่วนเรื่องการบริการงานบุคคลนั้นให้โรงเรียนมีอิสระในการจ้างครูที่มีความ รู้ความสามารถมาสอนได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสามารถให้คุณให้โทษแก่ครูหรือบุคลากรที่ทำความดีความชอบได้ด้วย” นายรังสรรค์ กล่าว

นายรังสรรค์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าจะนำคู่มือดังกล่าวให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้าและหาก ดร.ชินภัทร เห็นชอบภายในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2556 สพฐ. จะเชิญตัวแทนโรงเรียนที่มีความพร้อมและศักยภาพที่จะเปลี่ยนสถานะเป็น โรงเรียนนิติบุคคล ทั้ง 58 โรงเรียน มาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในคู่มือดังกล่าว เพื่อให้โรงเรียนสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคลได้ภายในปีการศึกษา 2556.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Comments are closed.