วันเสาร์ , 22 กรกฎาคม 2017
Breaking News

สพฐ.ยกเครื่องโรงเรียน Education Hub

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า สพฐ.เตรียมยกเครื่องโรงเรียนที่ส่งเสริมให้เป็น Education Hub หรือเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคนี้ ซึ่ง สพฐ.ได้เริ่มคัดเลือกโรงเรียนเข้ารับการพัฒนาเป็น Education Hub ได้ 3 ปีแล้ว มุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคและเพื่อรองรับนโยบายเตรียมความ พร้อมรับประชาคมอาเซียนปี 2558 ให้กับพลเมืองไทย อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ถึงเวลาที่ สพฐ.จะเข้าไปติดตามและส่งเสริมให้โรงเรียนพัฒนาการเรียนการสอนให้มีมาตรฐาน มากขึ้น

นายชินภัทร กล่าวต่อไปว่า โรงเรียนที่อยู่ในโครงการ Education Hub นั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง สพฐ.จะคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมเพียงพอให้เข้าร่วมโครงการ มีทั้งหมด 14 โรงเรียนทั่วประเทศ โรงเรียนกลุ่มนี้จะเปิดสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของ ศธ. แต่เสริมการเรียนภาษาและวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทั้งนี้เพื่อรองรับนักเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน นักเรียนในพื้นที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านด้วย เผื่อนักเรียนเดินทางไปเรียนต่อหรือทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน

“สพฐ.จะเข้าไปเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการให้โรงเรียนกลุ่มนี้ และให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้เรื่องประเทศเพื่อนบ้านของ โรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ ส่วนอีกประเภทของโรงเรียน Education Hub นั้น จะเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต โดยสพฐ.จะคัดเลือกโรงเรียนที่มีศัยภาพเพียงพอให้เปิดสอนโปรมแกรมนานาชาติ หรือ International Program ซึ่งมีทั้งหมด 8 โรงเรียนตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจาก 3 ปีผ่านมา โรงเรียนในกลุ่ม International Program เริ่มพัฒนาไปตามวิถีทางของตัวเอง จนมีความแตกต่าง หลากหลายอย่างมาก สพฐ.จึงตัดสินใจจะเข้าไปคุมเข้มมาตรฐานของ โรงเรียนในกลุ่ม International Program เพื่อให้การเรียนการสอนทุกแห่งอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน” นายชินภัทร กล่าว

นายชินภัทร กล่าวต่อด้วยว่า โรงเรียนในกลุ่ม International Program เกิดขึ้นเพื่อรองรับบุตรหลานของลูกหลานชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย จึงให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆ เช่น หลักสูตร Bilingual หลักสูตร English Program หรือบางแห่ง เช่น โรงเรียนโยธินบูรณะ ก็ร่วมกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พัฒนาหลักสูตรขึ้นมาผสมผสานระหว่างหลักสูตรนานาชาติกับหลักสูตรแกนกลางการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ละโรงเรียนพัฒนาหลักสูตรไปตามแนวทางของตัวเอง จนมีความแตกต่างหลากหลาย เพราะฉะนั้นเพื่อรักษาสิทธิ์ของผู้เรียน สพฐ.จะมีการกำหนดมาตรฐานในการจัดการศึกษาใน International Program ขึ้น โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า การจัดการเรียนการสอนต้องมีความเข้มข้นในด้านต่างๆ ระดับใด พร้อมจะให้มีการประเมินความพร้อมของโรงเรียนที่จะเข้าโปรแกรมนี้ด้วย นอกจากนั้น สพฐ.จะกำหนดให้นักเรียนที่จบจากโปรแกรมนี้ ต้องได้วุฒิการศึกษาของไทยด้วย เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนต่อในประเทศได้โดยไม่เสียโอกาส

 

ที่มา สยามรัฐ

Comments are closed.