วันอาทิตย์ , 24 กันยายน 2017
Breaking News

สพฐ.เร่งจัดทำคู่มือโรงเรียนนิติบุคคล -เปิดช่องให้ ร.ร.นิติบุคคลทั้ง 58 แห่ง ระดมเงินได้ทั้งปี

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.55 นายรังสรรค์ มณีเล็ก ผอ.สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำคู่มือการดำเนินงานสำหรับโรงเรียนนิติบุคคลว่า คู่มือดังกล่าวจัดทำเพื่อเป็นแนวทางให้โรงเรียนที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ เปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคล ใช้ดำเนินการบริหารงานภายในโรงเรียน เพื่อให้มีความอิสระและคล่องตัวอย่างแท้จริง โดย ยึดแนวทางการดำเนินงานตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 39 ใน 4 งานหลัก คือ วิชาการ บริหารงานบุคล บริหารงบประมาณ และบริหารงานทั่วไป

นายรังสรรค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ 2 งานหลัก ที่ทำให้โรงเรียนไม่มีความอิสระในการบริหารจัดการ คือ การบริหารงบประมาณ และการบริหารบุคคล ซึ่งทางสพฐ. ได้ปลดล็อคข้อจำกัดดังกล่าว โดยให้อิสระโรงเรียนใช้งบฯ ที่ได้มาจากการระดมทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องรายงานมาที่ สพฐ. แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษาก่อน โดยโรงเรียนสามารถระดมทรัพยากรได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงรับนักเรียนก็สามารถระดมได้ แต่ต้องไม่เป็นเงื่อนไขในการรับนักเรียน

นายรังสรรค์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันในส่วนของการเรียกเก็บเงินที่นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัวนั้น ก็จะมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าสามารถเก็บได้ไม่เกินเพดานที่กำหนด โดยมี 21 รายการ ที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้ อาทิ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการสอน เพราะถือว่าอยู่ในเงินอุดหนุนรายหัวแล้ว

ส่วน ที่โรงเรียนสามารถเรียกเก็บได้คือ ค่าบริการการศึกษาที่นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัว อาทิ หลักสูตร English Program หลักสูตร Mini English Program ค่าจ้างสอนครูต่างชาติ สำหรับหลักสูตร English Program เพดานอยู่ที่ ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น 35,000 บาท ต่อคนต่อเทอม หรือปีละไม่เกิน 70,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 40,000 บาทต่อคนต่อเทอม หรือปีละไม่เกิน 80,000 บาท หลักสูตร Mini English Program ระดับก่อนประถมศึกษา ถึง ม.ต้น อยู่ที่ 17,500 บาทต่อคนต่อเทอม หรือ 35,000 บาทต่อปี ระดับม.ปลาย 20,000 ต่อคน ต่อเทอม หรือ 40,000 บาทต่อปี ส่วนเรื่องการบริหารงานบุคคลนั้น ให้โรงเรียนมีอิสระในการจ้างครู ที่มีความรู้ความสามารถมาสอนได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสามารถให้คุณให้โทษแก่ครูหรือบุคลากรที่ทำความดีความชอบได้ด้วย

“คาด ว่าจะสามารถนำคู่มือดังกล่าวเสนอต่อ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า และหากเห็นชอบ สพฐ.จะเชิญตัวแทนโรงเรียนที่มีความพร้อม และศักยภาพที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นโรงเรียนนิติบุคคลทั้ง 58 โรงเรียน มาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในคู่มือดังกล่าว ภายในเดือน ม.ค.ถึง ก.พ.ปีหน้า เพื่อให้โรงเรียนสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคลได้ภายในปีการศึกษา 2556” นายรังสรรค์ กล่าว

 

 

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Comments are closed.