วันอังคาร , 21 พฤษภาคม 2019
Breaking News

ห่วงร.ร.นิติบุคคลทำค่าเรียนพุ่ง ข้อดีอิสระ-หวั่นเด็กจนถูกกีดกัน

นายวิชัย แสงศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 5 เปิดเผยว่า กรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนนิติบุคคล โดย จ.อุบลราชธานี ระดับประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี และระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช นั้นเป็นเรื่องดี เพราะโรงเรียนจะได้คล่องตัวทั้งงานวิชาการ งานบุคคล งบประมาณ ในการพัฒนาคุณภาพ และมีมาตรฐาน ดำเนินการได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องพึงระวังคือการระดมทรัพยากร เพราะจะทำให้เด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ผู้ปกครองไม่มีความพร้อมจะได้รับการพัฒนา ไม่เต็มที่ เด็กไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องคือโรงเรียนต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน ซึ่งต้องรู้เป้าหมายที่ชัดเจน รู้ทิศทางในการพัฒนาได้เต็มที่ โดยการคัดเลือกและกำหนดบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องมีความสมดุล

นายประยงค์ แก่นลา ผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช กล่าวว่า การเป็นโรงเรียนนิติบุคคลจะทำให้โรงเรียนพัฒนาได้เร็วขึ้นกว่าเดิม มีเป้าหมายที่จะสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีให้กับนักเรียน นักเรียนสามารถประสบความสำเร็จหลังจากจบการศึกษาตามหลักสูตรการเรียนการสอน การบริหารงานจะได้คล่องตัว อยู่ในความรับผิดชอบการบริหารของผู้อำนวยการโรงเรียนโดยตรง จะได้จัดระบบธรรมาภิบาล ซึ่งจะต้องมีภาพรวมเป็นสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ และยกระดับคุณภาพทางการศึกษาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กฎหมายบางตัวยังไม่เอื้อต่อการเป็นนิติบุคคลของโรงเรียน โดยยังไม่ขาดจาก สพฐ.เหมือนในต่างประเทศ ส่วนที่กังวลเรื่องการหาประโยชน์จากผู้ปกครอง หรือเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะในการรับนักเรียนนั้น หากหาประโยชน์เข้ากระเป๋าเป็นการส่วนตัวคงทำไม่ได้

นายเรืองเดช เขจรศาสตร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการศึกษาลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า การให้โรงเรียนรัฐเป็นนิติบุคคล มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือโรงเรียนหลุดจากระบบราชการ มีอิสระและเสรีภาพจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ ทำให้การบริหารงบประมาณคล่องตัว ให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียนบริหารจัดการ รวมทั้งทำให้คณะกรรมการสถานศึกษาทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ชัดเจน ส่วนข้อเสียที่ต้องพึงระวังคือ ทำให้โรงเรียนใช้ฐานะสังคม รายได้ และอาชีพของผู้ปกครองเป็นตัวกำหนดในการคัดเลือกนักเรียนที่มีความพร้อมเข้า โรงเรียนได้ ขณะเดียวกันเด็กที่ฐานะทางสังคมไม่ดี แต่ผลการเรียนสูง จะไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียน อาจทำให้โรงเรียนนิติบุคคลกลายเป็นโรงเรียนชั้นนำของผู้ปกครองและนักเรียน ที่มีความพร้อม เพราะอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา จะทำให้เห็นช่องว่างทางสังคมมากขึ้น

นางวรจิตร์ เปียกบุตร ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า การให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลโรงเรียนนั้น คณะกรรมการสถานศึกษามีสิทธิในการพิจารณาทุกเรื่อง เช่น กำหนดค่าเล่าเรียนที่อาจจะแพงขึ้น รวมถึงการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา อาจจะเล่นพรรคเล่นพวกกันได้ ทำให้ระบบธรรมาภิบาล การมีสำนึกรับผิดชอบ ความโปร่งใส การตอบสนอง ประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ความเท่าเทียมกันจะหายไป
ที่มา มติชน

Comments are closed.