วันศุกร์ , 18 สิงหาคม 2017
Breaking News

5 วัฒนธรรมแดนมังกร ที่คุณต้องรู้ก่อนเยือนจีน!

CHAINA-1

เมื่อไม่นานมานี้เราได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนชาวจีน 3-4 คน รวมไปถึงเพื่อนชาวต่างชาติที่เคยไปเรียนภาษาที่จีน เลยอยากนำมาเรียบเรียงใหม่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใครที่วางแผนว่า อยากไปเรียนภาษาจีนในต่างประเทศช่วงปิดเทอม หรือไปเรียนต่อที่ประเทศจีน หรือแม้แต่ไปเที่ยวประเทศจีน บางทีนี่คือ 5 วัฒนธรรมของจีนที่ควรรู้ติดตัวเอาไว้เพื่อปรับตัวเข้ากับชีวิตประจำวันนะครับ

1.ห้าม! ตะเกียบเสียบลงข้าว

CHAINA-2.jpg

ตะเกียบถือว่าเป็นของคู่กายบนโต๊ะอาหารของคนจีนเลยก็ว่าได้ ดังที่เห็นตามหนังจีน หรือละครไทยที่มีครอบครัวเชื้อสายจีนรับประทานอาเห็นเย็นด้วยกัน และด้วยความที่ประเทศไทยมีขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ทั่วไป คงไม่ยากกับเด็กไทยกับการใช้ตะเกียบ แต่ข้อควรระวังคือ เวลาทานข้าว ห้ามปักตะเกียบลงบนข้าว เพราะ นั่นเหมือนการปักธูปในกระถางธูป ไหว้คนตาย หรือ ห้ามใช้ตะเกียบตีโต๊ะ ถ้วยชาม เพราะ เป็นการกระทำของขอทานที่เรียกร้องขอความสงสาร ขออาหารจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมานะครับ

2.สบายใจเมื่อไหร่ ค่อยให้ความจริง

CHAINA-3.jpg

ไม่มีใครอยากหน้าแตก จริงมั้ย โดยเฉพาะคนจีนถือเกียรติยศศักดิ์ศรี รักษาหน้าตา เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นข้อควรระวังคือ ห้ามทำให้ใครหน้าแตก ห้ามวิจารณ์ต่อหน้า เพราะนั่นคือการหักหน้าคนๆนั้น คนจีนส่วนใหญ่จะเก็บความรู้สึก แม้ว่าจะมีอารมณ์ตึงเครียดหรือโกรธก็ตาม อันที่จริงแล้วเราเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อว่า การพูดตรงๆจะทำให้ทุกอย่างชัดเจน แต่บางทีก็ไม่เหมาะกับการที่จะไปทำแบบนั้นในประเทศจีน ดังนั้นหากจะพูดความรู้สึกจริงๆออกไป บางทีต้องอารัมภบท ชักแม่น้ำทั้ง 5 สาย เอาให้สบายใจก่อน แล้วค่อยๆแผยความจริงออกมา อาจจะดูยุ่งยากแต่เพราะว่าคนจีนให้ความสำคัญมากกับการรักษาความสัมพันธ์ต่อกันจึงไม่อยากเสียมิตรภาพไปนะครับ

3.เลข 1 2 3 จะไม่ใช่ปลาฉลามขึ้นบกอีกต่อไป

CHAINA-4.jpg
ตัวเลขในประเทศจีนนั้นไม่ได้มีเอาไว้แค่นับหรือบอกจำนวนเท่านั้น แต่มันสามารถแทนความหมายได้หลายๆอย่าง วันนี้คงไม่ได้นำเสนอ 0 -9 แต่หยิบยกตัวเลขที่สำคัญๆที่มีความเชื่ออยู่เบื้องหลังนะครับ

CHAINA-5.jpg

เลข 8 หลายคนคงเคยได้ยินว่านี่คือเลขมงคลของประเทศจีน เพราะว่าการอ่านออกเสียงเลข 8 ในประเทศจีนออกเสียงว่า “ ปา ” ( 八 : Ba ) ซึ่งออกเสียงคล้ายๆกับ “ ฟา ” ( 发 : Fa ) ที่แปลว่า ความสำเร็จ ความมั่งคั่ง ดังที่เห็นเมื่อ มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 29 เปิดพิธี ณ กรุงปักกิ่ง วันที่ 8 เดือนสิงหาคม ปี 2008 เวลา 8 นาฬิกา 8 นาที 8 วินาที หรือแม้แต่เรื่องที่คนส่วนใหญ่ยอมเสียเงินเพื่อให้ได้เบอร์โทรศัพท์ที่มีเลข 8 เยอะๆ

CHAINA-6.jpg

 

ในทางกลับกัน เลข 4 ของจีน ถือว่าเป็นเลขอัปมงคลเหมือนๆกับเลข 13 ของฝั่งยุโรป เพราะ เลข 4 ออกเสียงว่า “ ซื่อ ” ( 四 : Sì ) ซึ่งออกเสียงคล้ายๆ “ สื่อ ” ( 死 : Sǐ ) ที่แปลว่า ตาย ดังนั้น การที่อาคารบางอาคารจะไม่มีชั้น 4 ก็ถือว่าเป็นที่รู้กัน

4.สีสันสดใส แต่ความหมายข้างในล้ำลึก

CHAINA-7.jpg

นอกเหนือจากตัวเลขที่มีความหมายแล้วสีก็มีความหมายเช่นกัน ซึ่งแต่ละประเทศความหมายของสีก็แตกต่างกันไป ดังนั้นการเลือกใช้สีในการแต่งตัว หรือสีต่างๆในเทศกาล หรือเหตุการณ์ต่างๆก็สามารถสะท้อนถึงความเชื่อได้เช่นกัน

CHAINA-8.jpg

ถ้าถามว่า นึกถึงประเทศจีน นึกถึงสีอะไร แน่นอนว่าเกือบทุกคนต้องตอบว่า สีแดง ซึ่งเบื้องหลังของความหมายของสีแดง คือ สีแห่งความสุข ความสนุก และความโชคดี อย่างที่เช่น งานแต่งงานคู่บ่าวสาวจะได้รับกล่องขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีแดง หรือซองเงินในซองจดหมายสีแดง หรือแม้แต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะเห็นว่ารอบทั้งเมืองถูกตกแต่งไปด้วยโคมไฟสีแดง

CHAINA-9.jpg

ในขณะเดียวกัน สีเขียว ก็เป็นสัญลักษณ์ของ แผ่นดิน ความอุดมสมบูรณ์ การเจริญเติบโต แต่ข้อควรระวังคือการใส่หมวกสีเขียว หรือชุดสีเขียว นั่นหมายถึง สามีที่ ภรรยาของนอกใจหรือมีชู้ ดังนั้นหากไปที่ประเทศจีนโดยเฉพาะคนที่มีคู่ อย่าใส่หมวกเขียว เสื้อเขียว กางเกงเขียว รองเท้าเขียวออกจากบ้านนนะครับ เดี๋ยวคนเค้าจะมองกัน

CHAINA-10.jpg

แม้กระทั่ง สีเหลือง เป็นสีของจักรพรรดิ์ ราชวงศ์ แต่ก็มีความหมายในทางลบเช่นกัน หากคุณเห็น ภาพยนตร์ที่มีปกสีเหลือง หรือหนังสือที่มีปกสีเหลือง คุณสามารถรู้ทันดีว่านี่คือสื่อลามกอนาจารฉบับแดนมังกรได้ทันที

CHAINA-11.jpg

ส่วน สีขาว ของจีนมีความหมายแตกต่างจากทางฝั่งยุโรป เพราะสีขาวนั้นหมายถึงความตาย ความโศกเศร้าเสียใจ ดังนั้นถ้าจะห่อของขวัญให้ใคร ห้ามห่อด้วยสีขาวเป็นอันขาด!

CHAINA-12.jpg

และ สีดำ เป็นสีขององค์จักรพรรดิ์ในสมัยโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความรู้และความถูกต้อง จนกระทั่งมาถึงราชวงศ์ฮั่นจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแทน แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากเห็นรูปใครที่ใส่ด้วยกรอบรูปสีดำ นั่นหมายความว่า คนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว

5.หมด ไม่หมด หมด ไม่หมด?

CHAINA-13.jpg

บางครั้งคุณเคยได้ยินว่าเวลารับประทานอาหารกับครอบครัวจีนบ้างก็บอกควรทานให้หมด บ้างก็บอกให้เหลือ 1 คำ อันที่จริงแล้วมีหลายความเชื่อ ให้ดูที่จำนวนของอาหารและท่าทีของครอบครัวนั้น หากอาหารไม่ได้มีเยอะ ถึงแม้ว่าอร่อยมากแค่ไหนก็ตาม เราควรทานให้เหลือ 1 คำเพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้สึกว่าทำอาหารไม่พอสำหรับเรา แต่ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามมีท่าทีจะตักอาหารเพิ่มให้เรา ให้ทานจนหมดเพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามทราบว่าอร่อยมากๆ

อย่างไรก็ตาม เรามีความเชื่อว่าคนไทยและคนจีนมีความวัฒนธรรมที่คล้ายๆกัน ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะไปจีน ไม่ต้องกังวล เพราะว่า ประเทศจีนกับประเทศไทย เปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง เราเชื่อว่าทุกคนสามารถปรับตัวได้อย่างแน่นอน 🙂

ที่มา เรียนภาษาจีน | EF

Comments are closed.